รีวิว Yes Man (2008) เยสแมน คนมันรุ่ง เพราะมุ่งเซย์ “เยส”

รีวิว Yes Man

        รีวิว Yes Man (2008) เยสแมน ที่สอนวิธีเปลี่ยนชีวิตคุณ ภาพยนตร์เรื่องนี้ตั้งคำถามกับคาร์ลและผู้ชมว่าชีวิตของคุณมีความหมายแค่ไหนในวันนี้ และคุณปล่อยให้โอกาสที่ดี คุณสูญเสียชีวิตไปมากแค่ไหนด้วยการปฏิเสธ? ไม่ว่าจะเป็นโอกาสในการทำดี

        โอกาสในการเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของใครบางคน หรือโอกาสในการก้าวหน้าในการทำงาน ที่จริงแล้ว โอกาสดีๆ มีอยู่นับหมื่น หลายคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตมักจะเป็นผลมาจากความกล้าพอที่จะยอมรับประตูสู่ความสำเร็จ พอได้ดูก็อดไม่ได้ที่จะถามตัวเองว่า se-no ของเรามีผลกับเราอย่างไร?

        ครึ่งแรกของหนังอาจจะดูเบ้หน่อยเพราะคาร์ลบอก Say Yes, Yes, Yes, Yes และทุกอย่างแม้แต่กิจกรรมบางอย่างที่ไม่ควรไปที่ Sayyes เลยเช่นในกรณีของคุณยาย ต่อไป. บ้านหรือการตอบสนองจะต่อยคนอ้วนเท่าตึก (รู้นะว่าต่อยไม่ชนะแน่) แต่ก็ดีที่ครึ่งหลังของหนังไม่ละเลยที่จะสอนคนดูให้รู้ทางสายกลาง รู้ว่าคุณควรตอบตกลงมาก

        แต่ไม่จำเป็นต้องตอบตกลงในทุกสถานการณ์ นั่นแหละที่เขาเรียกว่าขาดสติ เรียกว่าได้ครึ่งหลังช่วยได้เยอะ ไม่อย่างนั้นถ้าหนังให้แต่ตัวเอกของเรื่อง Sayyes ก็จะเน้นแต่เรื่องตลกๆ โดยไม่สรุปเนื้อเรื่องให้ดี ไม่สอนให้คนรับข้อความ หนังก็ธรรมดา

        พี่จิมดูแก่กว่าเยอะเลย ไม่บ้าบอเหมือนพลังตลกบ้าๆในสมัยก่อน แต่ก็ยังเป็นการแสดงตลกที่ดี พร้อมกับละครที่ผสมผสานกัน ฉันอดคิดไม่ได้ว่าถ้าหนังเรื่องนี้ได้เพิ่มความอบอุ่นและความอ่อนโยนเข้าไปอีก หนังอาจส่งพี่ชายของคุณเข้าชิงรางวัลอย่าง Elder Will Smith ใน The Pursuit of Happyness คิดแล้วก็เสียดายนิดหน่อย

        หนังมีวาระที่สามารถผลักดันอย่างลึกซึ้ง กินได้เยอะ เช่น ตอนที่ Alison ขับ Karl แล้วทำให้เขารู้สึกว่าใช่ มันก็มีประโยชน์เหมือนกัน ในฉากนี้ หากคุณวางกล้องดีๆ และเปิดเพลงเบาๆ เข้าด้วยกัน มันจะรับมือกับอารมณ์เชิงบวกของฉากนั้นได้อย่างสมบูรณ์แบบ เสียดายนิดหน่อย Deschanel น่ารักและมีเสน่ห์มาก เชียร์เธอมาตั้งแต่เอลฟ์ ตอนนี้คงเป็นที่รู้จักมากขึ้นแล้ว แต่ที่แปลกคือไม่มีนักแสดงสมทบมาขโมยซีน ไม่รู้ว่าหนังแนวนี้ผิดหรือเปล่า…แต่เอาเถอะ ผู้หญิงเล่นได้ดีและก็โอเค